ที่นี่…เชียงใหม่ เคยไปกันรึยัง ?? แนะนำ 15 ที่เที่ยวเชียงใหม่ ครบทุกแนว

ชวนเพื่อนเที่ยวได้เลยจ้า
  • 18
    Shares

“ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผชาติล้วนงามตา นามล้ำค่า นครพิงค์” คำขวัญประจำจังหวัดเชียงใหม่ เมืองที่เป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะหน้าหนาว อากาศดีฟินสุดๆ เมืองเชียงใหม่ มีที่เที่ยวหลากหลาย ทั้งแบบธรรมชาติ และสถานที่ที่น่าสนใจ วัดวาอาราม รวมถึงร้านอาหาร มันเยอะมว้ากกกกก  สำหรับใครที่มาไม่บ่อย หรือยังไม่เคยมา ชิวไหนดี chillnaid.com ก็มีข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำมาฝากกันค่ะ

วัดเจ็ดยอด

วัดเจ็ดยอด  หรือ วัดโพธารามมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมตั้งริมถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่ – ลำปาง เป็นวัดประจำปีเกิดของปีมะเส็ง ไม่ต้องไปไกลถึงอินเดีย วัดแห่งนี้ มีมหาเจดีย์พุทธคยา สร้างด้วยศิลาแลง ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น แต่ปัจจุบันยอดเจดีย์ได้หักลงไปเกือบหมดแล้ว 

วัดเจ็ดยอด หรือ วัดโพธารามมหาวิหาร ได้สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์มังราย ในพ.ศ. 1998 โดย พระเจ้าติโลกราช  กษัตริย์องค์ที่ ๑๑ แห่งราชวงศ์มังราย เป็นสถานที่สำคัญสำหรับสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ของโลก และครั้งแรกในประเทศไทย โดยชื่อ“วัดมหาโพธาราม” หรือ “วัดโพธารามมหาวิหาร”  มาจาก ต้นศรีมหาโพธิ์มาจากประเทศศรีลังกา มาปลูกที่วัดแห่งนี้นั่นเอง และได้จำลองสัตตมหาสถานทั้ง 7 แห่ง ไว้ในอารามแห่งนี้ พระเจดีย์พุทธคยาที่จำลอง มียอดเจดีย์ 7 ยอด ชาวบ้านจึงได้เรียกว่า “วัดเจ็ดยอด” ตั้งแต่นั้นมา

ภายในวิหารของวัด มีพระประธาน เป็นหลวงพ่อใหญ่ประดิษฐานอยู่ ทิศตะวันตกของพระวิหารมีพระพุทธรูปปางมารวิชัย 

เบอร์โทร วัดเจ็ดยอด  จังหวัดเชียงใหม่  053-221 464, 081-783-8567, 084-6179400, 089-9807571

วัดเจ็ดยอด credit : เที่ยวมาแล้ว

credit : thailandtourismdirectory.go.th

credit : chiangmai-e-archive

credit : homebkk.com

 

วัดเจดีย์หลวง 

เป็นวัดเก่าแก่ของเมืองเชียงใหม่ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ถ้าใครไปเดินถนนคนเดิน จะไม่พลาดที่จะไปกราบไหว้ขอพรที่วัดแห่งนี้  โดยวัดเจดีย์หลวง หรือ วัดโชติการาม สร้างขึ้น ในสมัยพระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์ลำดับที่ 7 ของราชวงศ์เม็งราย เป็นพระอารามหลวงแบบโบราณ เป็นที่ตั้งของเสาหลักเมือง หรือ เสาอินทขิล ซึ่งในหออินทขิล  จะมีภาพวาดฝาผนังที่สวยงาม บริเวณนี้ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าโดยเด็ดขาด

วิหารหลวง จะมีบันไดนาคที่สวยงาม ได้ชื่อว่าเป็นนาคที่สวยที่สุด ภายในวิหารตกแต่งอย่างสวยงาม ตามสไตล์ล้านนา ตกแต่งด้วยโคมและตุงล้านนา ภาพวาดฝาผนังที่สวยงาม

เจดีย์หลวง จะอยู่ด้านหลังของวิหาร อลังการ และดูขลังสุดๆ ใหญ่โต สวยงาม เจดีย์แบ่งเป็น 4 ด้าน มีช้างเผือกรอบฐานเจดีย์ ด้านหน้ามีบันไดพญานาค เจดีย์หลวงไม่อนุญาตให้ขึ้นไปนะคะ มีป้ายห้ามชัดเจน

เจดีย์หลวง เก่าแก่ แต่ดูสวยงาม credit : Google Sites

วิหารวัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่ credit : เที่ยวมาแล้ว

ด้านหน้าวิหาร วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร credit : Flickr

หออินทขิล ที่ตั้งเสาหลักเมือง credit : สถานที่ท่องเที่ยว

 

วัดเชียงมั่น 

วัดเชียงมั่น เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในตัวเมืองเชียงใหม่ สร้างเมือง เมื่อ พ.ศ.1839 โดยพญามังราย ได้ทรงยกพระตำหนักเชียงมั่นถวายเป็นพระอาราม ให้ชื่อว่า วัดเชียงมั่น และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเจดีย์ช้างล้อมรอบ

ภายในวิหารใหญ่ของวัด สร้างขึ้นมาใหม่ มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง เขียนสีทองบนพื้นแดงสวยงาม เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ การสร้างเมือง สร้างวัดของพญามังราย ในเวียงกุมกามและเมืองเชียงใหม่

วิหารเล็ก หรือ วิหารจตุรมุข เป็นวิหารเดิมของวัด เป็นที่ประดิษฐานของ พระพุทธรูปสำคัญ เช่น พระเสตังคมณี หรือ พระแก้วขาว และพระศิลา ปางทรมานช้างนาฬาคีรี  พระอุโบสถด้านหน้ามีศิลาจารึกวัดเชียงมั่น บันทึกเรื่องราวการสร้างเมืองเชียงใหม่ และประวัติของวัดแห่งนี้ ตลอดจนการทำนุบำรุงวัดโดยพระราชวงศ์

เจดีย์ช้างล้อม เป็นเจดีย์ประธาน ศิลปะแบบล้านนา อยู่ด้านหลังวิหารใหญ่ ฐานเจดีย์ประดับด้วยช้างปูนปั้น จำนวน  16 เชือก เป็นศิลปะแบบสุโขทัย ด้านหน้ามีบันไดทางขึ้นสู่ซุ้มเรือนธาตุ ราวบันไดประดับด้วยนาคปูนปั้น ส่วนเรือนยอดเป็นเจดีย์ทรงระฆังสีทอง

หอไตรกลางน้ำ  เป็นที่สำหรับเก็บรักษาพระไตรปิฎกและคัมภีร์ต่างๆ ตามคติการสร้างและภูมิปัญญาล้านนา

credit : ททท

credit : วิกิพีเดีย

credit : วิกิพีเดีย

credit : Skinnerjones

 

วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร 

วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ตั้งอยู่ ถนนสามล้าน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นวัดเก่าแก่ พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร สร้าง ในปีพ.ศ. 1888 โดยกษัตริย์ผายู กษัตริย์เชียงใหม่ องค์ที่ 5  แห่งราชวงศ์มังราย  เดิมมีชื่อว่า “วัดลีเชียงพระ”

ต่อมา เจ้ามหาพรหม กษัตริย์เมืองเชียงราย ได้ได้อัญเชิญ พระพุทธสิหิงค์  มาถวายให้ พญาแสนเมืองมา กษัตริย์เมืองเชียงใหม่ ได้นำมาประดิษฐานไว้ที่ลัดลีเชียงพระ ชาวบ้านจึงเรียกว่า วัดพระสิงห์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

สิ่งสำคัญในวัดพระสิงห์มีดังนี้ 

  •  พระพุทธสิหิงค์ หรือ พระสิงห์ พระพุทธรูปเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่
  • พระเจ้าทองทิพย์ พระพุทธรูปเก่า ที่พญาติโลกราช  กษัตริย์เชียงใหม่ องค์ที่ 12 แห่งราชวงศ์มังรายสร้างขึ้นเป็นที่ระลึกการทำสังคายนาพระไตรปิฎก ครั้งที่ ๘  ในปัจจุบันทางวัดพระสิงห์ ได้สร้างพระเจ้าทองทิพย์จำลองประดิษฐานอยู่มณฑปในพระอุโบสถวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร
  • พระศรีสรรเพชญ (หลวงพ่อโต) พระประธานของวิหารหลวง
  • พระเจ้าทันใจ สันนิษฐานกันว่า สร้างมานานหลายร้อยปีแล้ว ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารพระเจ้าทันใจ
  • พระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นเก่าแก่สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๐๙๔
  • พระมหาธาตุเจดีย์ (พระธาตุหลวง) สูง ๒๕ วา ฐานสี่เหลี่ยมยาวด้านละ ๑๖ วา ๑ ศอก ๖ นิ้ว เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะโรง
  • อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ประดิษฐานอยู่ที่แท่นวงเวียนหน้าพระวิหารหลวง เป็นที่ระลึกถึงครูบาศรีวิชัย ซึ่งเคยเป็นเจ้าอาวาสของวัดพระสิงห์มาก่อน
  • กู่มณฑปปราสาท หรือที่ชาวล้านนาเรียกว่า “โขงพระเจ้า”
  • กู่อัฐิของพญาคำฟู
  • อนุสาวรีย์พญามังราย ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย ผู้สร้างเมืองเชียงใหม่
  • อนุสาวรีพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ฟู อตฺตสิวมหาเถร)
  • อนุสาวรีพระธรรมสิทธาจารย์ (หนู ถาวรมหาเถร)

ปูชนียสถานที่สำคัญของวัดพระสิงห์ มีดังนี้ 

  •  พระวิหารลายคำ เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธสิหิงค์  เป็นศิลปะล้านนา ที่ได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่น
  • พระวิหารหลวง เป็นที่ประดิษฐานพระศรีสรรเพชญ (หลวงพ่อโต)  ศิลปะแบบล้านนา  แทนวิหารหลังเดิมเป็นจัตุรมุข  ที่ทรุดโทรมจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ ครูบาศรีวิชัยจึงให้สร้างหลังใหม่มาแทน
  • พระอุโบสถ หรือพระอุโบสถสองสงฆ์ สร้างในสมัยพระเจ้ากาวิละ  เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปพระเจ้าทองทิพย์จำลอง
  • หอไตร (หอพระไตรปิฎก)
  • หอไตรเล็ก สร้างขึ้นใหม่ โดยหลวงอนุสารสุนทรและนางอนุสาร ชัวย่งเส็ง เ
  • หอจงกรมครูบาศรีวิชัย สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๑ โดยหลวงอนุสารสุนทร

เบอร์โทร วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร  โทร 053-416027

วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จ.เชียงใหม่ credit : bakkaklongtalon.blogspot.com

credit: วัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร

credit : chiangmai-e-archive

credit : flickr.com

 

วัดสวนดอก

วัดสวนดอก ตั้งอยู่ ถนนสุเทพ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สร้างโดย พระเจ้ากือนาธรรมิกราช กษัตริย์ลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์มังราย

วัดสวนดอก หรือ วัดบุพผาราม เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ มีสถาปัตยกรรมที่สำคัญคือ

  •  พระบรมธาตุเจดีย์  อยู่ติดกับวิหารหลวง
  • อนุสาวรีย์ (กู่) ที่บรรจุอัฐิเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่
  • พระพุทธประธาน  เป็นพระพุทธรูปปั้นแบบปางมารวิชัย  ประดิษฐานในพระวิหารหลวงของวัดสวนดอก
  • พระพุทธรูปองค์ยืน  ตั้งอยู่ด้านหลังขององค์พระประธาน
  • พระเจ้าเก้าตื้อ ศิลปะเชียงแสน หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์  สร้างในสมัยพระเมืองแก้ว พ.ศ. 2047 เพื่อเป็นพระประธานในวิหารวัดพระสิงห์วรมหาวิหารเมื่อหล่อเสร็จไม่สามารถชักลากเข้าเมืองได้จึงประดิษฐานเป็นองค์พระประธานในพระอุโบสถวัดสวนดอก

เบอร์โทรวัดสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ 053-278304

credit : Pantip

credit : tourthailand-888.blogspot.com

พระเจ้าเก้าตื้อ credit : Silpa-Mag

อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา

อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา ชื่อนี้ไม่ค่อยคุ้นกันเลยใช่มั้ยคะ ขอแนะนำให้มาเที่ยวกันดูนะคะ จะติดใจมากๆเลยล่ะค่ะ  ที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา อยู่อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ สามารถเข้าชมอุทยานได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย เริ่ดเลอสุดๆ

ลักษณะภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา เป็นภูเขาสลับซับซ้อน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าต้นน้ำลำธาร เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำฝาง

สภาพป่า ของอุทยานฯ ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา ด้วยความอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้มีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

สถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำ ภายในอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา มีดังนี้ น้ำตกห้วยทรายขาว น้ำตกดอยเวียงผา น้ำตกแม่ฝางหลวง

เบอร์โทร 08 7186 2118, 0 5331 7535

การเข้าชมอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา ไม่เสียค่าใช้จายนะคะ

credit : จอง บ้านพัก – กรมอุทยานแห่งชาติ

credit : Review Thailand

credit : ขี่มอเตอร์ไซค์ทางไกล – Blogger

อุทยานแห่งชาติออบหลวง

อุทยานแห่งชาติออบหลวง ตั้งอยู่ ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ มีลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนติดต่อกันเป็นเทือกเขายาวในแนวเหนือ-ใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาถนนธงชัยต่อจากดอยอินทนนท์ มีน้ำแม่แจ่มคั่นกลาง  ร้อยละ 70 เป็นป่าเต็งรัง และมีป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา และ ป่าสนเขา  สัตว์ป่าที่พบในเขตอุทยานแห่งชาติออบหลวง ก็จะมี ได้แก่ อีเก้งธรรมดา หมูป่า ชะนี ชะมด กระต่ายป่า นกกางเขนบ้าน นกกางเขนดง และงูหลายชนิด ในลำน้ำแม่แจ่ม จะมีปลาหลายชนิดอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น  เช่น ปลาพลวง ป่าจิ้งจอก (ปลาสร้อย) และปลาค้อ (ปลาแค้)

อัตราค่าเข้าชม อุทยานแห่งชาติออบหลวง คนไทย  ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท   ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

เบอร์โทร อุทยานแห่งชาติออบหลวง 081 602 1290

credit : My Chiang Mai Travel

credit : Colourbox

ถ้ำเมืองออน 

เส้นทางสันกำแพง นอกจากจุดท่องเที่ยวดังๆ อย่างเช่น น้ำพุร้อนสันกำแพง หรือหมู่บ้านแม่กำปองแล้ว ยังมีถ้ำที่น่าสนใจ ที่ขอให้แวะชมอีกที่หนึ่งนะคะ มีชื่อว่า “ถ้ำเมืองออน”  ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ 40 กิโลเมตร

ถ้ำเมืองออน เดิมมีชื่อว่า “ถ้ำดอยศิลา” ตั้งอยู่อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ บริเวณรอบๆ เป็นเทือกเขา ทางเข้าถ้ำจะมีบันได เดินลงสู่ห้องโถงขนาดใหญ่ มีหินงอก หินย้อย ที่สวยงาม มีหินงอก “พระธาตุนมผา” ตั้งอยู่กลางโถงถ้ำ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำถ้ำเมืองออน ผนังถ้ำเป็นที่ประดิษฐานของพระนอน และพระพุทธรูปปางสมาธิ ปากถ้ำมีรูปปั้น และสถูปอัฎฐิ ของครูบาศรีวิชัย

ค่าเข้าชมถ้ำเมืองออน คนละ 10 บาท

credit : Thailand Holiday Homes

credit : Dutch Farm

พระธาตุนมผา credit : dcar magazine

เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล

เขื่อนแม่งัด หรือ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เป็นเขื่อนที่สร้างขึ้น  ตามพระราชดำริของพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นเขื่อนดินถมสูง 59 เมตร ยาว 1,950 เมตร และมีอ่างเก็บกักน้ำที่มีพื้นที่ 16 ตารางกิโลเมตรซึ่งสามารถเก็บกักน้ำได้สูงสุด 26.5 ล้านลูกบาศก์เมตร   เป็นเขื่อนที่สำคัญต่อการเพาะปลูกของชุมชนลุ่มน้ำแม่งัด

เขื่อนแม่งัด เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวบ้าน และนักท่องเที่ยว มีบริการแพพัก และแพอาหาร ไปนอนเล่นๆ บนแพ พร้อมทำกิจกรรมทางน้ำ เล่นน้ำ ตกปลา พายเรือคยัค ฯลฯ  สนุกสนานกันไป รับรองประทับใจแน่นอนค่ะ  แพที่ให้บริการ เช่น แพเอกชัย ภูเขาลอยน้ำ Mountain Float ฯลฯ

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่  โทร.0 5347 0150

credit : Mountain Float ภูเขาลอยน้ำ เชียงใหม่

credit : Mountain Float ภูเขาลอยน้ำ เชียงใหม่

เด็กๆ เล่นเครื่องเล่นสนุกๆ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เชียงใหม่ credit : credit : Mountain Float ภูเขาลอยน้ำ เชียงใหม่

อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า

ท่ามกลางความร้อน หากมาเจอสถานที่พักผ่อนริมน้ำ อย่างห้วยตึงเฒ่า คุณๆ จะสดชื่นสุดๆ เพราะเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ร่มรื่น มีหาดทราย เหมือนชายหาด ลงเล่นน้ำได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ มีบริการห่วงยางให้เช่าด้วยนะคะ พร้อมกับแพร้านอาหารโดยรอบ สะดวกสบายสุดๆ มีบริการห้องน้ำ ลานจอดรถกว้างขวาง

อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า ตั้งอยู่ อำเภอดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเขตพื้นที่ทหาร นักท่องเที่ยวสามารถมาพักผ่อนกันได้ ยิ่งตอนนี้มีจุดถ่ายรูป กระท่อมกลางนา ที่ฮิต ติดเป็นสถานที่เช็คอิน ที่ใครๆ มาเที่ยวห้วยตึงเฒ่านอกจากจะเล่นน้ำกันแล้ว จะไม่พลาดมาถ่ายรูปที่บ้านกลางนานี้แน่นอนค่ะ  คิงคองยักษ์ และสะพานไม้สวยๆ รอคุณๆ อยู่นะคะ

ค่าธรรมเนียมเข้าอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า คนละ 20 บาท

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ โทร.0 5312 1119

เล่นน้ำ ทานอาหารบนแพ  credit : ททท

ขับเอทีวี สำรวจธรรมชาติสวยๆ รอบๆ อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า credit : Google Sites

 ปั่นจักรยานชมวิว อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า credit : chiangmaiexpert.com

เจ้าคิงคองยักษ์ ที่อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า credit : Thailand Top Vote

สะพานไม้ และกระท่อมปลายนา บรรยากาศดีเว่อร์ credit : เชียงใหม่นิวส์

 

 

หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ 

หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ ตั้งอยู่ ถนนพระปกเกล้า ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ด้านหลังของอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตของเมืองเชียงใหม่ผ่านหอศิลป์ อีกทั้งยังเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับความเป็นมาของจังหวัดเชียงใหม่ วิถีชีวิต วัฒนธรรมท้องถิ่น ยุคก่อนประวัติศาสตร์ น่าสนใจเป็นอย่างมาก

หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ แบ่งเป็น 15 ห้องนิทรรศการถาวร  แบ่งไปตามยุคต่างๆ จากอดีตสู่ปัจจุบัน ระบบการปกครอง วิถีชีวิต ภูมิปัญญาชาวบ้าน ผ่านสื่อต่างๆ เช่น สไลด์ วีดิทัศน์ หุ่นจำลอง บอร์ดกราฟฟิก และภาพพร้อมคำบรรยาย

ยังมีห้องนิทรรศการหมุนเวียนและกิจกรรมในส่วนหลังของอาคาร และลานกิจกรรมกลางแจ้ง ในการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสืบสานเอกลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ให้คงอยู่ต่อไป

การเข้าชมหอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ เปิดทุกวันอังคาร – อาทิตย์  ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30-17.00 น.  ค่าเข้าชม 20 บาท นักเรียนนักศึกษา 10 บาท

เบอร์โทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ โทร 0 5321 7793, 0 5321 9833

หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ หาไม่ยากค่ะ อยู่ด้านหลังอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ถนนคนเดินวันอาทิตย์

credit : chiangmaidesignweek.com

หอนิทรรศการ ภายในหอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ credit : มติชน

credit : เชียงใหม่ มรดกโลก

credit : เชียงใหม่ มรดกโลก

 

บ่อน้ำพุร้อนฝาง

มาเชียงใหม่ อากาศหนาวๆ ไปออนเซ็นนอนเช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อนฝางกันดีกว่าค่ะ ยืดเส้นยืดสายกันหน่อย คลายเส้นเบาๆ น้ำอุ่นๆ ร้อนๆ นอนเพลินๆ ค่ะ หรือจะแช่เท้าให้สบายๆ กันไป

บ่อน้ำพุร้อนฝาง หรือโป่งน้ำร้อนฝาง  ตั้งอยู่ภายใน อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก  เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ เกิดจากความร้อนใต้ดิน อุณหภูมิของน้ำประมาณ 40-88 องศาเซสเซียล มีกันอยู่หลายบ่อเลยนะคะ มากกว่า 50 บ่อ  ไม่ต้องแย่งกัน อิอิ ในพื้นที่ 10 ไร่ มีบ่อใหญ่ที่มีไอน้ำร้อนพุ่งขึ้นสูงถึง 40-50 เมตร สูงมว้ากกกกก

สนุกกับกิจกรรมที่ทางอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ได้จัดไว้ให้นักท่องเที่ยว เช่น การต้มไข่ การแช่น้ำ หรือการอาบน้ำแร่ จะอาบกลางแจ้งหรือห้องส่วนตัวก็เลือกใช้บริการกันได้นะคะ หรือจะ อบน้ำแร่  ก็ฟินอีกแบบ

นักท่องเที่ยว ที่ต้องการจะเที่ยวยอดโป่งน้ำร้อนฝางนั้นต้องเตรียมตัวอย่างดีเพราะต้องเดินป่าปีนเขายากเอาการนะคะ และที่นี่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ นักท่องเที่ยวต้องเตรียมไปเอง การขึ้นไปต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เท่านั้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก โทร 053-453517

ค่าเข้าบ่อน้ำพุร้อนฝาง คนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท  ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท 

น้ำพุร้อนฝาง มีมากมายหลายบ่อ กระจายเต็มพื้นที่ 10 ไร่ ของอุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก

credit : doh.go.th:88

ออนเซ็นเมืองฝาก แช่บ่อน้ำแร่กันค่ะ น้ำพุร้อนฝาง  credit : เชียงใหม่นิวส์

credit : info.dla.go.th

credit : amazingfang

 

เวียงท่าการ

เมืองโบราณนับพันปี ตั้งอยู่ บ้านท่ากาน ตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่  เป็นเมืองเก่าแก่มากๆ เมืองหน้าด่านของลำพูน

เวียงท่าการ เป็นเมืองเก่า สร้างขึ้นประมาณพุทธศตวรรษที่ 13  สมัยพระเจ้าอาทิตยราช  กษัตริย์ผู้ครองเมืองหริภุญชัย  มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีกำแพงดินและคันดิน ล้อมรอบ 2 ชั้น ปัจจุบันนี้เหลือแนวคูน้ำ คันดินให้เห็นเพียง 3 ด้านยกเว้นด้านทิศใต้   ตัวเมือง มีลักษณะเป็นเนินสูง พื้นที่ราบลุ่มหากจากแม่น้ำปิง ประมาณ 3 กิโลเมตร  ส่วนทางทิศตะวันออกมีลำน้ำแม่ขานไหลผ่านห่างจากตัวเมือง เวียงท่ากานประมาณ 2 กิโลเมตร 

ชาวบ้านเมืองท่าการ ส่วนใหญ่เป็นชาวยอง ที่อพยพเข้ามาอยู่ตั้งแต่สมัยพระเจ้ากาวีละปกครองเมืองเชียงใหม่ จะพูดภาษายอง ส่วนคำว่า “ท่าการ” มาจากคำว่า “ต๊ะก๋า”  ซึ่งเป็นความเชื่อในสมัยโบราณ ว่ามีกาเผือกขนาดใหญ่จะบินลงในหมู่บ้าน ชาวบ้านเกรงว่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้น จึงพากัน ไล่กาหรือต๊ะก๋าไม่ให้มาลง จึงได้เรียกหมู่บ้านชื่อว่า “บ้านต๊ะก๋า” ต่อมาเจ้าอาวาสวัดได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ท่าการ” เนื่องจากต๊ะก๋า ไม่เป็นภาษาเขียน 

โบราณสถานภายในเวียงท่ากานที่สำคัญ

  1. วัดกลางเมือง
  2. วัดอุโบสถ
  3. วัดต้นโพธิ์
  4. วัดหัวข่วง
  5. วัดพระเจ้าก่ำ
  6. วัดต้นกอก
  7. วัดหนองหล่ม
  8. วัดน้อย
  9. วัดป่าเป้า
  10. วัดป่าไผ่รวก
  11. กู่ไม้แดง

โบราณวัตถุที่พบในเวียงท่าการ ได้แก่ พระพุทธรูปหินทราย พระพุทธรูปดินเผา พระพิมพ์จำนวนมาก ไหเคลือบสีน้ำตาลบรรจุกระดูก และเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หยวน(พ.ศ. 1823-1911)

การเข้าชมเวียงท่าการ เปิดให้เข้าชมทุกวัน จะขับรถชมเอง หรือ จะนั่งรถรางเข้าชม โดยจะมีมัคคุเทศก์ท้องถิ่นนำชม และให้ข้อมูลได้อย่างครบถ้วน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เวียงท่าการ โทร. 0 5321 9091-2, 0 5322 1047 

เวียงท่าการ โบราณสถาน 1,000 ปี credit :องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่

วัดต้นกอก เวียงท่าการ credit : Wiang Thakan – Blogger

credit : Twitter

ดอยหัวเสือ

ดอยหัวเสือ ตั้งอยู่ใน ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่  อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด เป็นป่าสนสลับป่าดิบเขา  ยอดดอยมีความสูงเป็นอันดับ 4 ของอุทยาน ฯ ความสูงอยู่ที่  1,881 จากระดับน้ำทะเล ลักษณะของดอยเป็นเหมือนจมูกเสือ จึงได้ชื่อว่า “ดอยหัวเสือ” ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน จะสามารถเห็นดอกกุหลาบพันปีสามสีภูกระดึง

สภาพป่าของดอยหัวเสือมีความสมบูรณ์มาก ต้นไม้บางต้นมีอายุพันปี จะพบต้นไม้ใส่เสื้อ หรือ ป่าโบราณ ดอยหัวเสือ เป็นป่าโล่ง มองเห็นวิวได้เกือบ 360 องศา มีจุดชมวิวเห็นวิวหมู่บ้านกระเหรี่ยงทางแม่แจ่ม ละยอดเทือกเขาดอยอินทนนท์  แต่ต้องระมัดระวังพอสมควร เพราะทางลาดชัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โทร 0 5328 6728, 0 5328 6730

ดอยหัวเสือ credit : สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

credit : Pantip

credit : คลิป – Kapook

 

สถานีวนวัฒนวิจัยบ่อแก้ว (สวนสนบ่อแก้ว)

สถานีวนวัฒนวิจัยบ่อแก้ว  หรือเรียกกันสั้นไปทั่วไปว่า “สวนสนบ่อแก้ว” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจวัตถุดิบเพื่อทำเยื่อกระดาษ มีเนื้อที่ 2,072 ไร่  ในการเที่ยวชมสถานีก็จะพบแปลงทดลองปลูกสน และยูคาลิปตัสจำนวนมาก ทิวสนที่ขึ้นเรียงตัวกันอย่างงดงาม อย่างกับฉากหนังรักโรแมนติค ทำให้ใครต่อใคร หลงใหล อยากแชะ อยากชิว ขึ้นมาทันที กระหน่ำโพสต์สนั่นโซเชียลกันเลยทีเดียว นอกจากวิวที่สวยงามของทิวสนแล้ว อากาศที่นี่ยังดี๊ดีย์ เย็นสบายตลอดทั้งปี เฉลี่ยสูงสุด 27.3 องศาเซลเซียส และอุณหภมิเฉลี่ยต่ำสุดอยู่ที่ 16.8 องศาเซลเซียส  อากาศอย่างนี้ แน่นอนค่ะ ช่วงหน้าหนาว อย่าให้พูด คนแน่นตรึม ใครก็อยากมาเนาะ ที่สวยๆ อากาศดีๆ แบบนี้

สวนสนบ่อแก้ว จะเต็มไปด้วยต้นสนภูเขาชนิดต่างๆ ที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้นำมาจากหลายประเทศ เช่น  ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ ไต้หวัน เพื่อทดลองนำมาปลูกทดแทนป่าที่เสื่อมโทรม โดยสนเหล่านี้อายุกว่า 30 ปีแล้ว ส่วนมากเป็นสนสามใบ

ในการเดินทางไป สถานีวนวัฒนวิจัยบ่อแก้ว (สวนสนบ่อแก้ว)  จะตั้งอยู่ริมเส้นทางสายฮอด-แม่สะเรียง กิโลเมตรที่ 36-37 อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่  ในการเดินทางด้วยรถยนต์ ใช้เส้นทางถนนสายเชียงใหม่-แม่สะเรียง หรือเส้น 108 ไปทางอำเภอฮอด ผ่านอุทยานแห่งชาติออบหลวง เมื่อถึงวงเวียนหอนาฬิกาก็เลี้ยวซ้าย อำเภอแม่สะเรียงตรงไปประมาณ 30 กิโลเมตร ก็จะถึงสวนสนบ่อแก้ว ซึ่งจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  สถานีวนวัฒนวิจัยบ่อแก้ว (สวนสนบ่อแก้ว) 0 5324 8604, 0 5324 8607

วิวสวยๆ ของต้นสน ที่สวนสนบ่อแก้ว credit : Pantip

สวยงาม โรแมนติคสุดๆ  credit : lptraveller.meithailand.com

สวนสนบ่อแก้ว สวยขนาดนี้ คงต้องไปแล้วล่ะ credit : edtguide.com

 

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : ที่นี่…เชียงใหม่ เคยไปกันรึยัง ?? แนะนำ 15 ที่เที่ยวเชียงใหม่ ครบทุกแนว