เที่ยวเมืองกาญจน์ เช็คอินสะพานแม่น้ำแคว แล้วไปต่อไหนกันอีกดี ?

ชวนเพื่อนเที่ยวได้เลยจ้า
  • 164
    Shares

“แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่ น้ำตก” คำขวัญประจำจังหวัด กาญจนบุรี ใครเคยมากันแล้ว ต่างพากันหลงใหลเสน่ห์ของเมืองนี้ และอยากมากันอีก สนุกไปกับการล่องแพ เล่นน้ำตก เที่ยวเมืองโบราณ เล่นเครื่องเล่น พักผ่อนชิวๆ วันนี้ ชิวไหนดี chillnaid.com  ขอนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยว นอกเหนือจากการเช็คอินคู่สะพานแม่น้ำแคว ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองกาญจน์ จัดทริปกันไปนะคะ อยากไปที่ไหน เรานำเสนอให้เผื่อถูกอก ถูกใจ ก็ตามมานะคะ

สะพานข้ามแม่น้ำแคว credit : Tourism Authority of Thailand

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

โด่งดังมากๆ กับข่าวล่าเสือดำ!!!  เคยไปเที่ยวกันหรือยังคะ  มาทำความรู้จักกับ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร กันสักหน่อยนะคะ ที่นี่ เป็นแหล่งมรดกโลก โดยการประกาศของยูเนสโก้ ในปี 2534 ตั้งอยู่ในเขตอำเภอทองผาภูมิ และอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ลักษณะภูมิประเทศของที่นี่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ไม่ว่าจะเป็น ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ มีสัตว์ป่ามากมายหลายชนิดอาศัยอยู่

ในการเข้าชม เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จะเปิดให้เข้าชม เดือน ธันวาคม – พฤษภาคม และปิดในช่วงเดือน มิถุนายน – พฤศจิกายน  ค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท  ต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

เบอร์โทร เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร   โทร  034-546671

ห้วยทับเสลา

credit : มรดกโลก – สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

credit : คาสิโน

 

น้ำตกไทรโยคใหญ่

น้ำตกไทรโยคใหญ่ อยู่ในความดูแลของ อุทยานแห่งชาติไทรโยค เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีอีกชื่อว่า น้ำตกเขาโจน เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสู่แม่น้ำแควน้อย ความสูงเกือบสิบเมตร สามารถชมวิวสวยๆของน้ำตกไทรโยคใหญ่ โดยการยืนบนสะพานแขวนไทรโยค จะเห็นวิวที่ชัดเจนและสวยงามอย่างมากค่ะ หรือหากต้องการเที่ยวชมอย่างใกล้ชิด สามารถนั่งเรือหรือล่องแพชมวิวได้ค่ะ บริเวณริมน้ำตก จะมีบริการลานกางเต้นท์ ร้านอาหาร และบริการล่องแพค่ะ

น้ำตกไทรโยคใหญ่ จะมีน้ำทั้งปี และจะไหลแรงมากๆ ในช่วงหน้าฝน ในอดีตพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เคยประพาสน้ำตกแห่งนี้

ค่าเข้าชมอุทยานฯ  คนไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ต่างชาติผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 200 บาท

เบอร์โทร อุทยานแห่งชาติไทรโยค  โทร +66 2562 0760

credit : ททท

credit : Go2kan.net

 

วัดวังก์วิเวการาม (หลวงพ่ออุตตมะ)

วัดวังก์วิเวการาม วัดดังแห่งอำเภอสังขละบุรี สร้างโดยหลวงพ่ออุตตมะ  พระเกจิชื่อดัง ที่ทั้งชาวไทยพุทธ และชาวกระเหรี่ยง มอญ ให้ความเคารพนับถือ ท่านได้ร่วมมือกับชาวบ้านสร้างวัดแห่งนี้ ตามแบบศิลปะพม่า จุดเด่นของวัดวังก์วิเวการาม คือ ทำเล ที่เรียกว่า “สามประสบ”  เป็นจุดบรรจบกันของแม่น้ำสามสาย  ได้แก่ แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำรันตี และแม่น้ำบีคลี่  ภายในวัด มีหลวงพ่อขาว เป็นพระพุทธรูปหินอ่อนที่สวยงามมากๆ เจดีย์พุทธคยา  บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เป็นกระดูกนิ้วหัวแม่มือด้านขวา มาเที่ยววัดนี้ จะได้ช้อปของชาวบ้าน และสินค้าของชาวมอญ ที่นำสินค้าจากพม่านำเข้ามาขายมากมาย แนะนำหากมาเที่ยววัดนี้ ควรมาเดือนกุมภาพันธ์ เพราะจะมีการจัดงานวัดคล้ายวันเกิดของหลวงพ่ออุตตมะ จะมีกิจกรรมมากมาย ที่สำคัญ จะได้เห็นชาวบ้านสังขละบุรี แต่งชุดไทยรามัญ นำของทูนหัวเดินเรียงกันไปถวายที่วัด ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามมากๆ ควรได้สัมผัสสักครั้ง

เบอร์โทร วัดวังก์วิเวการาม +66 3451 1200, +66 3451 2500

เปิดให้เข้าชม เวลา 08.00 – 16.30 น.

credit : ททท

credit : Sabai@Kan Resort

credit : Pantip

วัดวังก์วิเวการาม หลังเก่า ซึ่งถูกน้ำท่วม หลวงพ่ออุตตมะและชาวบ้านจึงย้ายมาสร้างวัดใหม่บนเขาแทน  ซึ่งวัดหลังเดิม ถูกน้ำท่วมมากว่า 20 ปี เมื่อน้ำลดลง จึงได้เห็น  หากต้องการมาเที่ยวชม ควรมาช่วงเดือน มีนาคม-เมษายน ซึ่งน้ำจะลดลงเยอะพอสมควร

ในช่วงที่น้ำขึ้น สามารถไปชมความสวยงามของวัดวังก์วิเวการาม เมืองบาดาล โดยการเช่าเรือหางยาว ที่บริเวณสะพานอุตตมานุสรณ์  

credit :Blog Traveloka

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น 

สำหรับใครที่ชื่นชอบความเย็น ที่มาพร้อมกับความสวยงามแล้วล่ะก็ อย่าพลาดที่จะต้องมาเที่ยวน้ำตกแห่งนี้ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น  เป็นน้ำตกที่ขึ้นชื่อและจัดว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามโดดเด่นอีกหนึ่งแห่งของไทยเลยทีเดียว น้ำตกที่ไหลงมาเป็นชั้นๆ สวยงามยามที่ได้มองดูการไหลของน้ำ มันช่างเย็นฉ่ำสุดๆ

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น มีต้นกำเนิดจากเทือกเขากะลา อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ มีทั้งหมด 7 ชั้น รวมระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ละชั้น จะมีชื่อเรียกต่างกันไป ชั้นที่ 1 ดงว่าง เป็นน้ำตกเตี้ยๆ ชั้นนี้มีสมุนไพรขึ้นหลายอย่าง เช่นรางจืดและ พลูป่า  ชั้นที่ 2 ม่านขมิ้น ชั้นนี้น้ำจะไหลลงมาสวยงาม เหมือนม่านน้ำ  ชั้นที่ 3 วังหน้าผา  ชั้นนี้ น้ำจะไหลชันกว่าชั้นที่ 1,2  ชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว เป็นชั้นที่เป็นจุดเด่นของน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ความสวยงามของน้ำที่ไหลลดหลั่นกันลงมาทีละนิด และไหลลงสู่หน้าผาสูงกว่า 10 เมตร ลงแอ่งน้ำข้างล่าง เป็นสายน้ำที่สวยงามมากๆ ต้องแชะภาพเก็บรัวๆ เลยล่ะค่ะ  ชั้นที่ 5   “ไหลจนหลง”  ชั้นนี้น้ำจะไหลลงสู่ใต้ดิน เหมือนสายน้ำหายลงไป โดยเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ เรียกว่า หลุมยุบ  ชั้นที่ 6   “ดงผีเสื้อ” ชั้นนี้น้ำไหลผ่านหินปูนลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นเตี้ยๆ  ชั้นที่ 7 “ร่มเกล้า” เป็นชั้นบนสุดของน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น น้ำไหลผ่านต้นไม้ลงสู่หน้าผาของน้ำตก  บริเวณนี้ สามารถนั่งพักผ่อน ดูวิวเพลินๆ กันได้ค่ะ เย็นสบายสุดๆ ณ จุดนี้ จะมองเห็นวิวของเขื่อนศรีนครินทร์และชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากๆ 

เบอร์โทร อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์  034-547-018 , 034-532-027 

ค่าเข้าชม อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์  คนไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 200 บาท

credit : Lovethailand.org

credit : Lovethailand.org

 

 

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์

สันนิษฐานกันว่า สถาปัตกรรมและศิลปกรรมของปราสาทเมืองสิงห์ คล้ายคลึงกับสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สิ่งสำคัญที่พบในปราสาทแห่งนี้คือ พระพุทธรูปนาคปรก พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรและนางปรัชญาปารมิตา และรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร  ภายในอุทยาน แบ่งเป็น  โซนต่างๆ ดังนี้

หมายเลข 1 เป็นปราสาทที่โดดเด่นและสมบูรณ์กว่าจุดอื่นๆ อยู่บริเวณใจกลางด้านหน้าของเมือง มีศิลาแลงรูปกากบาทอยู่ด้านหน้าปราสาท มีกำแพงล้อมรอบ ภายในปราสาทเป็นที่ประดิษฐานของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

หมายเลข 2 เป็นปราสาทคล้ายกับหมายเลข 1 แต่ขนาดเล็กกว่า สภาพค่อนข้างชำรุด ประติมากรรมที่พบได้แก่ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร นางปรัชญาปารมิตา

หมายเลข 3 เหลือเฉพาะส่วนฐาน ขนาดเล็ก ก่อด้วยศิลาแลง อยู่บนฐานเขียงสี่เหลี่ยม พบพระพิมพ์เนื้อตะกั่วในบริเวณนี้

หมายเลข 4 เหลือเฉพาะแนวก่อของศิลาแลง

มีการขุดพบโครงกระดูก  ซึ่งน่าจะมีอายุกว่า 2,000 ปีมาแล้ว  อีกทั้งยังพบ เครื่องใช้สำริด ดินเผา ลูกปัดแก้ว  ซึ่งคาดว่าชุมชนเหล่านี้มีมาก่อนจะสร้างเมืองสิงห์ จากการคำนวณอายุของโครงกระดูกดังกล่าว

เบอร์โทร อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ +66 3458 5052 – 3

credit : ททท

credit : กาญจนบุรี

 

พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก

ร่องรอยความสูญเสีย ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 พิพิธภัณฑ์นี้ ตั้งอยู่อยู่ที่หน้าวัดไชยชุมพลชนะสงคราม เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2520 โดยเจ้าคุณพระเทพปัญญาสุธี เจ้าอาวาสวัดไชยชุมพลชนะสงครามและเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี เป็นผู้ก่อสร้างขึ้น แสดงถึงเรื่องราวการสร้างทางรถไฟสายมรณะ กาญจนบุรี-พม่า สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อรำลึกถึงเชลยศึกที่ถูกเกณฑ์ให้มาสร้างทางรถไฟแห่งนี้ ซึ่งทำให้ผู้คนเหล่านี้ล้มตายเป็นจำนวนมาก  ตัวอาคารแบ่งเป็น 2 อาคาร โดยอาคารหลังแรก เป็นอาคารจำลองที่พักของเชลยศึก อาคารที่ 2 จัดแสดงเครื่องใช้ไม้สอยของเชลยศึก เศษลูกระเบิด ชื่อภาษาอังกฤษของพิพิธภัณฑ์  JEATH  หมายถึงชื่อประเทศต่างๆ ที่มีเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์มารวมกัน คือ Japan (J) England (E) Australia America (A) Thailand (T) และ Holland (H)

เวลาเปิดเข้าชม พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก  เปิดให้เข้าชมทุกวัน  08.30 – 16.30 น.

ค่าเข้าชม พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก  คนไทย 10 บาท คนต่างชาติ 30 บาท เบอร์โทร 034-511-263

credit : เที่ยวกาญจนบุรี

ภาพถ่าย ภาพเขียน บรรยายเรื่องราว ความเป็นอยู่ ความทุกข์ยากของเหล่าบรรดาเชลยศึก credit : Go2kan.net

เศษลูกระเบิด credit : Go2kan.net

 

เขื่อนศรีนครินทร์ 

เป็นเขื่อนที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิดแห่งประเทศไทย  สร้างขึ้นเหนือแม่น้ำแควใหญ่ เขื่อนศรีนครินทร์เป็นเขื่อนประเภทหินถมแกนดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุดของไทย  มีความจุมากเป็นอันดับหนึ่งคือ 17,745 ล้านลูกบาศก์เมตร ทิวทัศน์เหนือเขื่อนศรีนครินทร์สวยงาม บรรยากาศดี  จึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก มาเที่ยวที่นี่ มาทำกิจกรรมต่างๆ พักผ่อนหย่อนใจ เช่น ล่องแพ นั่งเรือข้ามฟากชมวิวเขื่อนศรีนครินทร์

นั่งเรือข้ามฟากชมวิวเขื่อนศรีนครินทร์

credit : wikipedia

สันเขื่อนศรีนครินทร์

credit : credit : wikipedia

เลคเฮฟเว่นรีสอร์ท ที่พักเหนือเขื่อนศรีนครินทร์

 โทรจอง.053-249823 (08.00-19.00 น.)

(แคปเจอร์หน้าจอ) ทักทางไลน์ 24 ชม. : ดูจากมือถือ 👉 ให้กดลิ้งค์นี้ http://line.me/ti/p/%40hotelfollow หรือ แอดไอดีไลน์ : @hotelfollow2  (มี @ ข้างหน้า)

น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ และสวยงามมากๆ ของจังหวัดกาญจนบุรี อยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ  เกิดจากลำห้วยม่องไล่ไหลผ่านลงมาจากยอดเขา และผาสูง ประมาณ  2,100 เมตร ความยาวน้ำตก ยาวถึง 1,500 เมตร และแบ่งได้เป็น 7 ชั้น  โดยชั้นแรก จะห่างจากลาดจอดรถประมาณ 700 เมตร  บางชั้นลาดชันพอสมควร ใครอยากเที่ยวให้ครบ 7 ชัน ต้องฟิตร่างกายให้พร้อมกันหน่อยนะจ๊ะ

ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ คนไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 200 บาท

เวลาเปิดทำการเวลา วันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-18.00 น. วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.30 น.

credit : Govivigo.com

ชั้นที่1 ไหลคืนรัง  credit : น้ำตก เอราวัณ 

ชั้นที่2 วังมัจฉา  credit : น้ำตก เอราวัณ 

ชั้นที่3 ผาน้ำตก credit : น้ำตก เอราวัณ 

ชั้นที่4 อกผีเสื้อ credit : น้ำตก เอราวัณ 

ชั้นที่5 เบื่อไม่ลง   credit : น้ำตก เอราวัณ 

ชั้นที่6 ดงพฤษกษา  credit : น้ำตก เอราวัณ 

 ชั้นที่7 ภูผาเอราวัณ  credit : น้ำตก เอราวัณ 

 

ถ้ำกระแซ

ถ้ำกระแซ ตั้งอยู่ใน ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทยโยค จังหวัดกาญจนบุรี  เป็น1 ในสถานท่องเที่ยวอันดับต้นๆ สำหรับคนที่มาเมืองกาญจน์แล้วต้องตั้งพิกัดมาเยือนแน่นอน ถ้ำกระแซ ตั้งอยู่ติดกับเส้นทางรถไฟสายมรณะ  เชื่อกันว่า สถานที่แห่งนี้ เคยเป็นที่พักของเหล่าบรรดาเชลยศึกที่ถูกต้องให้มาทำทางรถไฟสายมรณะ ในการมาเยือนควรเริ่มด้วยการสักการะหลวงพ่อถ้ำกระแซ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ชาวท้องถิ่นให้ความเคารพนับถือ จากนั้น ก็เดินขึ้นไปชมวิวบนสะพานถ้ำกระแซ ซึ่งจะเป็นสะพานไม้เลียบหน้าผา ความยาวกว่า 450 เมตร และอย่าพลาด เดินย้อนรอยประวัติศาสตร์ บนเส้นทางรถไฟสายมรณะ ที่มีความยาว 400 เมตร ซึ่งจุดนี้ นับว่าเป็นจุดที่มองเห็นวิวแม่น้ำแควน้อยได้สวยงามที่สุดเลยทีเดียว

เบอร์โทร ถ้ำกระแซ +66 3451 1200, +66 3451 2500

ภายในถ้ำกระแซ กราบไหว้หลวงพ่อถ้ำกระแซกันก่อน  credit: ททท

ทางรถไฟสายมรณะ  ขนานไปกับแม่น้ำแควน้อย ช่วงสะพานถ้ำกระแซ โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้จัดให้มีรถไฟขบวนพิเศษเส้นทางกรุงเทพ-น้ำตก ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ โดยรถไฟ จะจอดที่สถานีถ้ำกระแซ เวลา 13.30 น.  เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวรอคอย เก็บภาพสวยๆ บนรถไฟขบวนนี้อย่างสนุกสนาน

credit : ททท

จุดชมวิวบนสะพานถ้ำกระแซ credit: BlogGang.com

สะพานรถไฟสายมรณะ สถานีถ้ำกระแซ credit :  connections.be

 

 

สะพานมอญ

สะพานมอญ ที่ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี ได้ชื่อว่า เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดของไทย ที่ชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้น เพื่อข้ามลำน้ำซองกาเลีย  โดยมีหลวงพ่ออุตตมะ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้ชาวบ้านร่วมด้วยกันทำขึ้นมา จึงเรียกสะพานนี้อีกชื่อว่า  “สะพานอุตตมานุสรณ์” และสะพานแห่งนี้ ก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของสังขละบุรี โดยมีนักท่องเที่ยวมาแชะ มาชิว ถ่ายรูปกันมากมาย ความยาวของสะพานมอญแห่งนี้  ยาว 850 เมตร มีความยาวเป็นอันดับสองของโลก รองจากสะพานไม้อูเบงของประเทศเมียนมาร์

เบอร์โทร +66 3451 1200, +66 3451 2500

สะพานมอญ หรือ สะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดของไทยข้ามแม่น้ำซองกาเลีย สร้างด้วยชาวสังขละบุรีและหลวงพ่ออุตตมะ

credit : ททท

สะพานมอญ อ.สังขละบุรี  credit : Lovethailand.org

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : เที่ยวเมืองกาญจน์ เช็คอินสะพานแม่น้ำแคว แล้วไปต่อไหนกันอีกดี ?